http://www.poothai.net
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

บริการ

หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา

พระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ พระธาตุ

วัตถุมงคลตำหรับหลวงพ่อครูบาวัง วัดบ้านเด่น

วัตถุมงคลพระอาจารย์ภูไทย

ตะกรุด เทวดาหลงห้อง (สุชาดาหลงห้อง)

ตะกรุดมนต์เทพจินดามณี

ตะกรุดทะลุปัญญา

ตะกรุดต่าง ๆ พระอาจารย์ภูไทย

สมเด็จพระพุทธรัตนมุนี ลีลาประทานพร

พระสมเด็จนางพญามหาเศรษฐี

น้ำมันว่านเมตตาพญาไก่แดง

วัตถุมงคล พระอาจารย์ภูไทย วัดเขาแก้วฯ

สถานที่ให้บูชาวัตถุมงคลฯในกรุงเทพ

รวมสุดยอดผ้ายันต์ เมตตามหานิยม ฉบับล้านนาโบราณ

พระสีวลี ปางนั่งอุ้มบาตร ขนาด 4 ซ.ม.(ตั้งหน้ารถ)

พระสีวลี ปางนั่งอุ้มบาตร ขนาดบูชา 5 นิ้ว

พ่อปู่ฤาษี

อิ่นมหาเสน่ห์

วัวธนูมหาลาภ (พระโคอุสุภราช)

สืบสานวิทยาคมตำหรับล้านนาโดย พระอาจารย์ภูไทย ปภากโร

พระสีวลีปางจกบาตร บรรจุพระธาตุพระสีวลี

เหรียญมหาบุรุษแปดจำพวก

พระสังกัจจายน์ รับทรัพย์รับโชค

ล๊อคเก็ต รุ่น 1

พระขรรค์โสฬส เนื้อโลหะ

พระเพชรกลับ สะดุ้งกลับ

ตะกรุดมูตู นะหลงใหล ล้านนา

วัตถุมงคลปลุกเสกไตรมาส 2553

วัดเขาแก้วชัยมงคล

พระอาจารย์ภูไทย

พิธีกรรม ความศรัทธา

มนตรา วิทยาคมล้านนา

ปฎิทิน

« June 2013»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30      

สถิติ

เปิดเว็บ17/06/2009
อัพเดท21/02/2013
ผู้เข้าชม584,925
เปิดเพจ660,960

พ่อปู่ฤาษี

พ่อปู่ฤาษี

พ่อปู่ฤาษี

องค์ละ  300 บาท

บูชาได้ที่พระอาจารย์ภูไทย ปภากโร 
วัดเขาแก้วฯ ต.เขาแก้วศรีสมบูรณ์ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ธนาณัติสั่งจ่ายไปรษณีย์บ้านใหม่ไชยมงคล โทร 085-400-0101 / 081-888-4880

และที่ "สุริยัน จันทรา" เลขที่ 34/16-17  (อาคารศรีคณปติ ชั้น 2) ซอยวชิรธรรมสาธิต 8   สุขุมวิท 101/1 เขตบางนา  กรุงเทพฯ 10260 โทร 02-399-2000 / 089-0050-554 / 085-3419-135 / 083- 6184-123  แฟ็กซ์ 02-399-2001 มีบริการจัดส่งทางไปรษณีย์ EMS (ราคาเท่ากันกับทางวัด)   โทร  02-399-2000 /083-6184-123 / แฟ็กซ์ 02-399-2001

ตำนานพระฤาษี 
    พระฤษีเป็นคำเรียกขานของคนที่บำเพ็ญเพียรด้วยความอุตสาหะ เป็นความเชื่อของคนว่าต้องการจะหลุดพ้นจากความทุกข์บ้าง ก็ต้องการที่จะสร้างฤทธิ์สร้างบารมี จึงเกิดมีลัทธิมีการตั้งตัวเป็น
อาจารย์สอนศิษย์ให้ประพฤติปฏิบัติตามหลักการ ที่วางไว้พระฤษี เป็นคำที่เรียกคนที่มีพลังจิตเด็ด
เดี่ยวมุ่งปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จในอย่าง ใดอย่างหนึ่ง หรือหลายๆอย่าง เช่นสามารถเหาะเหินเดิน
อากาศได้ มีวาจาสิทธิ์ และอีก มากมายบางท่านก็เก่งเรื่องยาสมุนไพรเช่น ปู่ชีวกโกมารภ้ทรซึ่งเป็น
แพทย์ประจำพระองค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็รวมเรียกท่านอยู่ในกลุ่มของฤษีเช่นกัน

พระฤษีจัดคัดแยกเอาไว้ ๔ ชั้น คือ

ชั้นที่ ๑ เรียกว่า ราชรรษี แปลว่า เจ้าฤษีชั้นนี้จะมีความเป็นอยู่ตามพื้นธรรมชาติคือมีความปกติเป็นพื้นฐานเพียงแต่มีความริเริ่มและความพยายามที่จะบำเพ็ญเพียรในเบื้องต้นและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

ชั้นที่ ๒ เรียกว่า พรหมรรษี แปลว่า พรพรหมฤษี เมื่อปฏิบัติเพียงพอกับความต้องการ ในเบื้องต้นแล้ว
จึงได้ไปบังเกิดเป็น พระพรหม

ชั้นที่ ๓ เรียกว่า เทวรรษี แปลว่า เทพฤษี ผู้ที่ปฏิบัติอย่างมุงมั่นด้วยตบะ จึงมีบารมีมาก พร้อมทั้งมี
อิทธฤทธิ์และมีอำนาจมหาศาล

ชั้นที่ ๔ เรียกว่า มหรรษี แปลว่า มหาฤษีชั้นนี้นอกจากมีอิทธิฤทธิ์ที่เกิดจากบารมีแล้ว ยังมีภูมิปัญญา
มากมีอาคมแก่กล้าเป็นที่สุด

เมื่อนำเอามาเปรียบเทียบกันแล้วจะเห็นชัดเจนว่าทั้ง ๔ชั้นมีความสามรถไม่เหมือนกัน หรือไม่เท่ากัน
แล้วแต่การปฏิบัติของแต่ละตนผู้ใดมีความมุ่งมั่นหมั่นเพียรและตั้งใจปฏิบัติ ทำ ได้เท่าใดผลก็จะส่ง
บุญก็จะบันดาล ให้ไปถึงขั้นนั้นๆ พระฤษีที่ปรากฏในวรรณคดีมีอยู่หลายท่านโดยมากมักเป็นฤษีที่ละ
จากเรื่องทางโลกมุ่งสู่การบำเพ็ญบารมีเป็นที่นับถือแก่มนุษย์และเทพเทวดาทั่วไปยิ่งบำเพ็ญบารมี
มากเท่าไรก็มีอำนาจวิเศษตามบารมีที่สั่งสมมามากขึ้นเท่านั้น ฤษีตามรากศัพย์ดูเหมือนจะแปลกันว่า
 เป็นผู้มี ปัญญาอันได้มาจาก พระเป็นเจ้าตามพจนานุกรมฉบับมติชนปี ๒๕๔๗ ว่า ฤษี(รือ-สี) ผู้สละ
บ้านเรือนออกบำเพ็ญพรต ส่วนฤษีที่ปรากฎชื่อใน ทศฤาษี หรือที่เรียกกันว่าเป็น พระประชาบดี นั้นใน
มานวธรรม ศาสตร์กล่าวว่ามี ๑๐ ตน คือ
๑.มรีจิ
๒.อัตริ
๓.อังคีรส
๔.ปุลัสยตะ
๕.ปุลหะ
๖.กรตุ
๗.วสิษฐ
๘.ประเจตัส หรือ ทักษะ
๙.ภฤคุ
๑๐.นารท

แต่บางตำราว่ามีแค่ 7 เรียกกันว่า สัปตฤาษี หรือมานัสบุตร (ลูกเกิดแต่มโนของพระพรหมา) ทั้ง
7 ตน มีชื่อดังนี้
๑.โคดม (โคตม)
๒.ภรัทวาช
๓.วิศวามิตร
๔.ชมัทอัคนี(บางตำราว่า ชมทัศนี)
๕.วสิษฐ
๖.กศป(กัศย์ป)
๗.อัตริ
ส่วนมหาภารตะระบุไว้ว่า
๑.มรีจิ
๒.อัตริ
๓.อังคีรส
๔.ปุละหะ
๕.กระตุ
๖.ปุลัสตยะ
๗.วสิษฐ วายุปุราณะเติม ภฤคุ อีก ๑ ตน แต่ยังเรียกรวมว่า สัปตฤาษี ส่วนวิษณุปุราณะเพิ่มอีก ๒ ตน
คือ ภฤคุ กับ ทักษะ เรียกแปลกไปอีกว่า พรหมฤาษีทั้งเก้า ตามชั้นและฐานะของพรฤษีนั้นก็ยังแยก
ระดับตามศรรพนามออกไป และชั้นที่ได้ยกระดับหรือแยกออกมาอีก ก็คือ
๑.พระสิทธา
๒.พระโยคี
๓.พระมุนี
๔.พระดาบส
๕.ชฎิล
๖.นักสิทธิ์
๗.นักพรต
๘.พราหมณ์
เมื่อรวมทั้งแปดนามเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือท่านเป็น"ผู้ทรงศีล"ผู้ที่มุ่งหวังตั้งใจ
บำเพ็ญเพียรตบะ เพื่อเสริมสร้างบารมี มุ่งหวังในผลสำเร็จ ถึงกับยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกัน
หมด ในบรรดากลุ่มพระฤษีที่มีชื่อแยกออกไป ก็ยังมีความหมายต่างๆกัน เช่น
๑.พระสิทธา แปลว่า พระฤาคี ประเภทมีคุณธรรมวิเศษ มีหลักฐานมั่นคง ที่สถิตสถานมีวิมานอยู่บน
เทือก เขาและถ้ำ ตามแต่ว่าจะเห็นสมควรในความสะดวกสบายอยู่ในระหว่างพระอาทิตย์ลงมาสู่พื้น
แห่งโลกมนุษย์โดย กำหนด

๒.พระโยคี แปลว่า เป็นผู้ที่มีความสำเร็จ หรือผู้ที่กำลังศึกษาสังโยค ในด้านหลักวิชาโยคกรรม มักจะ
เที่ยว ทรมานตนอยู่ตามเทือกเขาและป่าตามความเหมาะสมในความสันโดษ ที่จะมีและเท่าที่จะเห็นว่า
สมควร

๓.พระมุนี แปลว่า ในกลุ่มพราหมณ์ที่มีความพยายาม กระทำกิจพิธีบำเพ็ญด้วยความพากเพียร มุ
มานะ พยายามจนกระทั่งพบความสำเร็จ จึงกลายเป็นผู้ที่มีปัญญาและมีความรู้ความสามารถอยู่ในระดับสูง

๔.พระดาบส แปลว่า ผู้บำเพ็ญตนสร้างบารมี มุ่งมั่นในตบะธรรมที่คิดว่าจะเผาผลาญกองกิเลสให้หมด
สิ้นไป ใช้ความพยายามพากเพียร พยายามมุ่งแต่ในทางทรมานร่างกายและจิตใจ เพื่อมุ่งหวังในโล
กุตตรสุขที่เป็นผล แห่งบารมี

๕.ชฎิล แปลว่า นักพรตจำพวกหนึ่ง ที่ชอบเกล้ามุ่นมวยผมเป็นแบบชฎาเอาไว้ หนวดเครารกรุงรังราว
กับคน บ้า ทั้งผ้าที่นุ่งห่มก็รุ่มร่าม ไม่ชอบในการรักสวยรักงาม ทำตนเป็นพราหมณ์รอนแรมอยู่ตามป่า
ดงพงไพร

๖.นักสิทธิ์ แปลว่า เป็นผู้ทรงศีลที่กึ่งมนุษย์กึ่งเทพ หรือเทวดา พวกนี้มักจะรักสัจจะวาจา มีความเที่ยง
ธรรม เป็นที่ตั้งชอบช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่เสมอๆ มีที่อยู่อาศัยอยู่ในระหว่างกลางที่ว่าง
เปล่าและบริสุทธิ์ วัดระยะตั้งแต่ดวงอาทิตย์ลงมาจนกระทั่งถึงโลกมนุษย์ พวกนี้มีอยู่กันเป็นจำนวน
มากมายหลายแสนองค์เที่ยว ตระเวนไปในที่ต่างๆ เพื่อที่จะสอดส่งหาทางลงมาช่วยเหลือมวลมนุษย์

๗.นักพรต แปลว่า เป็นผู้ที่ปฏิบัติดีเคร่งครัดในการปฏิบัติ ทรงศีลอันประเสริฐมิยอมให้ศีลบกพร่องแต่
ประการ ใด ตั้งใจบำเพ็ญพรต บำเพ็ญตบะ เพื่อที่จะเสริมสร้างบารมีให้มากๆ อยู่ประจำ ชอบสถิตย์อยู่
ตามป่าเขาลำเนา ไพร และตามถ้ำหน้าผา มักไม่ยอมให้ผู้ใดได้พบเห็น มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย
แต่มีอิทธิฤทธิ์มาก

๘.พราหมณ์ แปลว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับฤษีเหมือนกัน แต่เป็นด้านการปฏิบัติบูชาบำเพ็ญตบะสร้างบารมี
อย่าง มุ่งมั่นเป็นผู้สละแล้ว สละเรื่องของโลกภายนอกได้หมดแล้วมีความมุ่งมั่นว่าจะต้องออกไป
ปฏิบัติการช่วยเหลือ มนุษย์และสรรพสัตว์โดยทั่วไป พราหมณ์มักจะชุมนุมรวมกลุ่มกันเป็นหมู่คณะ
ตามเทวสถานต่างๆ ด้วยความพร้อม เพรียงและสามัคคีกันอย่างดี เมื่อมีผู้ใดเชิญให้ช่วยกระทำพิธี
ให้ไม่ว่าจะเป็นพิธีอะไรที่จะต้องเกี่ยวกับพระฤษีหรือ องค์เ้ทพต่างๆพราหมณ์ก็ออกไปทำพิธีให้ทันที
ไม่เรียกร้องค่าป่วยการหรือค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ไม่เห็นแก่ลาภ ไม่เห็นกับประโยชน์ส่วนตัว (นั่น
เป็พราหมณ์สมัยก่อน สมัยนี้ก็คงจะต้องมีค่าใช้จ่ายมากน้อยตามแต่จะเห็นสมควร) สำหรับพราหมณ์
พวกนี้ก็มักมีกันอยู่เป็นจำนวนมาก ชอบฝักใฝ่ในธรรม โปรดสัตว์ ช่วยเหลือมนุษย์ด้วยความเต็มใจ
เมื่อเสร็จสิ้นจากภารกิจแล้วก็จะเข้าจำศีลภาวนาต่อไปอย่างไม่มีคำว่าพอ

 

 

Tags : พ่อปู่ฤาษี

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view